สิงหาคม 16, 2022
UFABETWIN ผู้ไม่เห็นหัวนักฟุตบอลในทีม ทั้งที่ผู้เล่นเหล่านั้นยอมเสียสละมหาศาลทั้งในและนอกสนาม

UFABETWIN ผู้ไม่เห็นหัวนักฟุตบอลในทีม ทั้งที่ผู้เล่นเหล่านั้นยอมเสียสละมหาศาลทั้งในและนอกสนาม

UFABETWIN เสียสละหรือเอาเปรียบ ? : “บาร์ซ่ายุควายร้าย” กับการเล่นไม่ซื่อเพื่อรอดพ้นวิกฤตการเงิน

UFABETWIN ไม่มีทีมไหนจะเหมาะสมไปกว่า บาร์เซโลน่า สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากสเปน ในขณะที่บาร์เซโลน่ามีปัญหาด้านการเงินมาหลายปี ทีมยังคงเดินหน้าล่าสตาร์ดัง ๆ พร้อมมอบความรักหวานชื่นให้แบบท่วมอก แต่กับนักเตะที่มีสัญญากับทีมอยู่แล้ว กลับแทบไม่เห็นหัว และพร้อมเอาเปรียบทุกทางที่ทำได้

บริหารผิด พังกันทั้งระบบ  หากจะพูดถึงปัญหาทั้งหมดทั้งมวลของบาร์เซโลน่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกอย่างวนย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นเดียว นั่นคือการใช้เงินเกินตัวของสโมสรแห่งนี้

หลังจากบาร์เซโลน่าสร้างชื่อในฐานะสุดยอดทีมฟุตบอล ภายใต้ยุคสมัยของ ลิโอเนล เมสซี่ สโมสรแห่งนี้คือความฝันของนักฟุตบอลทั่วโลก ใคร ๆ ก็อยากสวมเสื้อสีน้ำเงิน-เลือดหมูของบาร์ซ่า และบาร์ซ่าก็พร้อมทุ่มเงินก้อนโต ล่าตัวนักเตะพวกนั้นมา

ชื่อเสียงที่โด่งดังทำให้บาร์เซโลน่า กระชากนักเตะชื่อดัง มาได้มากมาย ทั้ง เนย์มาร์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, หลุยส์ ซัวเรซ, อิวาน ราคิติช, อุสมาน เด็มเบเล่, อองตวน กรีซมันน์ หรือ เฟรงกี้ เดอ ยอง

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาบาร์เซโลน่าใช้เงิน ในตลาดซื้อขายบวกลบคูณหารแล้ว ขาดทุนสูงถึง 650 ล้านยูโร ซึ่งมีเพียงแค่ 3 ทีมฟุตบอลบนโลกเท่านั้นที่ขาดทุนในตลาดซื้อขายผู้เล่นมากกว่าบาร์เซโลน่าคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง

อย่างไรก็ตาม ทั้งสามทีมข้างต้น มีเงินทุนมหาศาลหนุนหลัง เพราะมีกลุ่มทุนร่ำรวยเป็นเจ้าของทีม แต่ไม่ใช่กับบาร์เซโลน่า ที่เจ้าของทีมเป็นแฟนบอล ผ่านระบบการถือหุ้นโดยไม่มีเจ้าสัวพันล้านมาอัดฉีดเงิน ให้ซื้อขายได้แบบสบาย ๆ

UFABETWIN

บาร์เซโลน่าใช้เงินซื้อนักเตะแบบมือเติบเพียงเพราะโดนภาพลวงตาของความสำเร็จ

ที่ทำให้อยากจะรักษาความยิ่งใหญ่ ของทีมเอาไว้ ซึ่งถึงจะสามารถคว้าถ้วยแชมป์ เข้าสู่สโมสรได้ อย่างต่อเนื่องก็จริง แต่หนี้สะสมของทีมก็พุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกันยิ่งเมื่อเกิดการระบาดของไวรัส โควิด – 19

ที่ทำให้ทีมฟุตบอลทั่วโลกเสียรายได้ สถานการณ์ของบาร์เซโลน่า ยิ่งแย่ลงไปอีก จนกลายเป็นทีมฟุตบอล ที่มีหนี้สะสมมากกว่าพันล้านยูโร และเสี่ยงต่อการถูกฟ้องล้มละลายหากทีม ไม่สามารถหมุนเงิน ให้เดินหน้าไปต่อได้

หายนะทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับบาร์เซโลน่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มาจากการบริหารงานที่ผิดพลาด ในยุคของประธานสโมสรคนเก่าอย่าง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว และเมื่อเกิดวิกฤตเขาก็กระเด็นออกจากตำแหน่งไป เปิดทางให้ โจน ลาปอร์ต้า อดีตประธานสโมสรเข้ามากู้วิกฤตครั้งนี้แทน

ใคร ๆ ก็คิดว่าการได้ลาปอร์ต้า เข้ามาจะช่วยฟื้นความยิ่งใหญ่ ให้บาร์เซโลน่า แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างดูวุ่นวายสุดขีด เพราะเขาเลือกใช้วิธีการที่มืดดำเข้ามาจัดการปัญหาของสโมสร

ยิ่งประกอบกับกฎ  ของลีกลาลีกา สเปน ซึ่งจะกำหนดเพดาน การใช้จ่ายของแต่ละสโมสรเอาไว้ โดยคิดคำนวณจากองค์ประกอบหลายอย่าง และในฤดูกาล 2021-22 บาร์เซโลน่าก็มีค่าใช้จ่ายเกินเพดานที่กำหนดไว้อยู่ 617 ล้านยูโร

ตามกฎของลาลีกา หากมีเงินค่าใช้จ่ายเกินกว่า เพดานที่กำหนดไว้ ทีมจะไม่สามารถส่งชื่อนักเตะเพิ่ม ในการแข่งขันรายการลา ลีกา ได้ (ซื้อเข้าทีมได้แต่เล่นในลีกไม่ได้) ดังนั้นหมายความว่าถ้าแก้ปัญหาไม่ได้บาร์เซโลน่า จะเข้าสู่สภาวะแช่แข็ง และรอวันล่มสลายในทันที

ซึ่งในช่วงเวลาที่บาร์เซโลน่าเจอวิกฤตสุดขีดแบบนี้ พวกเขาก็มีปัญหาที่ต้องแก้ไข นั่นคือสัญญาของนักเตะเบอร์หนึ่งของทีมอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ดันมาหมดลงช่วงกลางปี 2021 พอดี และด้วยสถานะระดับพระเจ้าของเมสซี่ทำให้บาร์ซ่าต้องต่อสัญญาแข้งรายนี้ให้สำเร็จ

ถ้าเป็นบาร์เซโลน่าในอดีตพวกเขาจะทำทุกทางเพื่อเก็บเมสซี่เอาไว้ แต่ไม่ใช่กับในยุคใหม่ของ โจน ลาปอร์ต้า สิ่งเดียวที่เขาคิดคือบาร์ซ่าต้องเดินต่อไปได้และต้องก้าวต่อไปอย่างยิ่งใหญ่ด้วย ดังนั้นบอร์ดบริหารชุดใหม่ของทัพอาซูลกราน่าจึงทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

UFABETWIN

บาร์เซโลน่ายื่นสัญญาใหม่ให้กับเมสซี่ด้วยค่าเหนื่อยที่ลดลงจากสัญญาฉบับเก่าถึง 50 เปอร์เซ็นต์

พูดง่าย ๆ คือเงินเดือนของเมสซี่จะต้องลดลงครึ่งหนึ่งหากเขาจะอยู่บาร์เซโลน่าต่อไป ด้วยความรักที่มีให้กับสโมสรเมสซี่ยอมต่อสัญญากับทีมแต่ทุกอย่างเกินเยียวยา เพราะต่อให้ลดค่าเหนื่อยครึ่งหนึ่งบาร์เซโลน่าก็ยังมีค่าเหนื่อยเกินเพดานที่ลา ลีกา กำหนดอยู่ดี

และไม่มีทางที่ทีมจะเดินหน้าได้เลยยกเว้นแต่ต้องปล่อยเมสซี่ ออกจากทีม ท้ายที่สุดเมสซี่ต้องแยกทางกับทีมและย้ายไปเล่นกับปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง พร้อมการอำลาด้วยน้ำตาที่โด่งดังไปทั่วโลก นี่คือเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดสำหรับนักเตะรายนี้

แต่สำหรับบาร์ซ่าถึงจะเสียเมสซี่ไปแต่นี่ไม่ใช่เรื่องแย่เลย เพราะมันช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับบาร์เซโลน่าได้อย่างน้อย 85 ล้านยูโรต่อปีในกรณีที่เมสซี่ต่อสัญญากับทีมด้วยสัญญาฉบับใหม่ที่ลดเงินเดือนลงมาครึ่งหนึ่งแล้ว

นอกจากนี้หากมองถึงการเสียเมสซี่ก็เท่ากับว่าบาร์เซโลน่า ไม่ต้องจ่ายเงินค่าเหนื่อย 170 ล้านยูโรต่อปีให้เมสซี่อีกต่อไป ซึ่งจะช่วยให้บาร์ซ่าได้เงินกลับมาและช่วยให้ทีมเดินหน้าได้ดีขึ้น

มองในแง่ธุรกิจการไม่ต่อสัญญากับเมสซี่คือชัยชนะ ของบาร์เซโลน่า แต่ถ้ามองในแง่วัฒนธรรมสโมสรนี่คือสิ่งที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นกับสโมสรแห่งนี้ บาร์เซโลน่าคือทีมมีวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างสโมสรกับนักเตะในทีม และสโลแกนของทีม หรือ “เป็นมากกว่าสโมสร” เป็นเรื่องจริง เพราะที่นี่คือบ้านและครอบครัวสำหรับทุกคน

แต่กับบาร์ซ่ายุคใหม่ ไม่มีคำว่าครอบครัวอีกต่อไป มีแต่เรื่องของผลประโยชน์ที่ต้องเดินหน้าเท่านั้น แม้ว่าจะต้องยอมกำจัดนักเตะที่ดีที่สุดออกไปจากทีมก็ตาม

เพราะในขณะที่บาร์เซโลน่าปล่อยเมสซี่ บาร์เซโลน่ากลับใช้ช่องว่างที่ได้เงินก้อนหนึ่งไปเซ็นสัญญานักเตะอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, เอริค การ์เซีย, เมมฟิส เดปาย, เฟร์ราน ตอร์เรส และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง เข้าสู่ทีมในฤดูกาลเดียวกัน

UFABETWIN